​ พ่อไปไหน ห​ นูไปด้ว​ ย หนุ่ม​ จีนสู้​ ชีวิ​ ต แบกลูกสาวใส่เ​ ป้ ขี่รถส่งของทั่วเมือง - YouLike(ข่าวไทย)

สดๆร้อนๆ

Saturday, April 3, 2021

​ พ่อไปไหน ห​ นูไปด้ว​ ย หนุ่ม​ จีนสู้​ ชีวิ​ ต แบกลูกสาวใส่เ​ ป้ ขี่รถส่งของทั่วเมือง


หลี่ คุณพ่อสู้ชีวิต มีอาชีพเป็นพนักงานส่งของ มักพา เฟยเอ๋อร์ ลูกสาวหน้าตาน่ารัก วัยเพียง 2 ขวบ ขี่รถตระเวนส่งของตามเมืองต่างๆด้วยกัน เขาทำเช่นนี้ตั้งแต่ลูกสาวอายุเพียง 6 เดือน โดยดัดแปลงกล่องใส่ของให้กลายเป็นเปลเลี้ยงเด็ก ภายในกล่องมีผ้านวมนุ่มๆ พร้อมกับผ้าอ้อมและขวดนม ซึ่งหนูน้อยเหมือนรู้ความ เลี้ยงง่ายสุดๆ เชื่อฟังและไม่งอแงแม้แต่น้อย

หลี่ กล่าวว่า ช่วงแรกๆมันยากสำหรับเขามาก พวกเขาต้องกลายเป็นจุดสนใจ ทั้งเขาและเฟยเอ๋อร์ต้องเจอสายตาและคำถามจากผู้คนมากมาย เช่น “ทำไมถึงพาลูกมาส่งของด้วยล่ะ?"  "แม่ของหนูไปไหน?" "พ่อแม่ของหนูล่ะ?" แต่ไม่ว่าจะทำงานหนักหรือเจอเรื่องเครียดแค่ไหน เขามักจะได้กำลังใจจากลูกสาวตัวน้อย เป็นรอยยิ้มแสนหวานและกอดอันอบอุ่นอยู่เสมอ
"ผมเป็นทำงานเป็นคนส่งของ ที่มีลูกพ่วงมาด้วย ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ผมเริ่มพาเฟยเอ๋อร์ ขี่รถไปทำงานด้วย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2019 ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราได้ผ่านช่วงที่ยากลำบากมามากมาย แต่นั่นก็เป็นการสร้างความทรงจำที่อบอุ่นให้แก่เรา"

สาเหตุที่หลี่พาเฟยเอ๋อร์มาทำงานด้วย เพราะเขาและภรรยาต่างทำงานด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีใครมีเวลาว่างมากพอ จึงต้องพลัดกันดูแลลูกสาว โดยแบ่งเวลาเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่าย ช่วง 09.00 – 11.00 น. เขาจะพาลูกขี่รถไปส่งของด้วยกัน จากนั้นจึงนำไปส่งให้ภรรยาที่ทำงานในตลาดสด หนูน้อยจะใช้เวลาช่วงบ่ายกับแม่ที่ร้าน ซึ่งอยู่ที่นั่นจะไม่มีเพื่อนหรือของเล่น หนูน้อยจึงช่วยแม่ทำงานแทน
ครอบครัวพักอยู่ที่ห้องเช่าเล็กๆ ขนาดไม่ถึง 10 ตารางเมตร ต้องนอนอัดกันบนเตียง 3 คน จ่ายค่าเช่าเดือนละ 300 หยวน ( 1,428 บาท) หลี่กล่าวว่า เขาไม่มีทางเลือกมากนัก แม้ว่าเขาจะทำเงินได้หลายพันหยวนต่อเดือน แต่ก็ต้องทำงานพลัดกับดูแลลูกไปด้วย เพราะหนูน้อยถูกวินิจฉัยว่า เป็นโรคปอดบวมตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ ซึ่งพวกเขาต้องหาเงินจำนวนมาก มาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา

หลังจากวิดีโอเผยแพร่ออกไป มีผู้ใจบุญมากมาย เสนอขอยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ อยากบริจาคเงินให้ แต่อย่างไรก็ตาม หลี่ปฏิเสธการรับเงินบริจาค เพราะเขาและครอบครัวต่างมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนี้อยู่แล้ว

No comments:

Post a Comment